วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นายกฯมาเลเซียหย่อนบัตรเลือกตั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ได้ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะการหาเสียงอย่างดุเดือดในประเทศที่ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติและข้อกล่าว หาฉ้อโกง รวมถึงความรุนแรง
หน่วยเลือกตั้งต่างๆทั่วประเทศ ได้เปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 น.เช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับ 07.00 น.วันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย และ ปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน ตรงกับ 16.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย จากนั้นก็จะเริ่มนับผลคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็คงจะทราบผลการเลือกตั้ง
ประชาชนชาวมาเลเซียรอคอยผลการเลือกตั้งครั้งนี้ นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2551 เป็นต้นมา เพราะพรรคฝ่ายค้านสามารถผนึกกำลังต่อสู้กับพรรคพันธมิตรฝ่ายรัฐบาล ซึ่งกุมอำนาจรัฐมาโดยตลอด นับตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชเมื่อปี 2500 เป็นต้นมา
พรรคพันธมิตรฝ่ายรัฐบาล นำโดยพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ หรือ อัมโน ซึ่งมีนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ จะต้องสู้กับพันธมิตรฝ่ายค้าน สัญญาประชาชน นำโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยอยู่กับพรรคอัมโนมาก่อน ก่อนที่จะโดนมรสุมการเมืองกระหน่ำ จนต้องมาอยู่ฝ่ายค้าน แต่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ผลออกมาสูสีกันมาก จนไม่สามารถคาดเดาได้ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ

อ้างอิงจาก : http://www.dailynews.co.th/world/202187

ผลเลือกตั้งมาเลย์ พรรค'นาจิบ' ชนะเลือกตั้ง ได้เก้าอี้เกินครึ่ง

Pic_343069
คณะกรรมการเลือกตั้งมาเลเซียเผย พรรคแนวร่วมรัฐบาลชนะการเลือกตั้งทั่วไป โดยได้เก้าอี้ในสภาทั้งสิ้น 133 ที่นั่ง ขณะที่ฝ่ายค้านไม่ยอมรับผล และโจมตีว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส...

สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่า พรรคแนวร่วม 'บาริซาน เนชันแนล' (บีเอ็น) ของมาเลเซีย ซึ่งนำโดยพรรคอัมโนของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ชนะการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ค. เอาชนะพรรคฝ่ายค้านของนาย อันวาร์ อิบราฮิม และได้ปกครองประเทศต่อไปอีก 5 ปี

การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 พ.ค. มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ราว 80% ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของประเทศ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งมาเลเซียประกาศผลการเลือกตั้งในวันนี้ (6 พ.ค.) ว่า พรรคบีเอ็นชนะการเลือกตั้ง และได้เก้าอี้ในสภา 133 ที่นั่ง จากทั้งหมด 222 ขณะที่กลุ่ม ปากาตัน รักเกียต (พีอาร์) แนวร่วมฝ่ายค้าน ได้ไปเพียง 89 ที่นั่ง

ในเวลาต่อมานายนาจิบ วัย 59 ปี ซึ่งจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปกครองมาเลเซียต่ออีก 5 ปี ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนมาเลเซียยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า มาเลเซียเป็นประเทศประชาธิปไตยที่บรรลุนิติภาวะแล้ว

อันวาร์ อิบราฮิม
อันวาร์ อิบราฮิม

ด้าน นายอันวาร์ อิบราฮิม ประกาศไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ และกล่าวหาว่า มีการโกงการเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง เช่น การออกค่าเดินทางผู้สนับสนุนให้ไปใช้สิทธิ์ในรัฐสำคัญ และกรณีน้ำหมึกลบไม่ออกที่ใช้สำหรับประทับนิ้วมือผู้ใช้สิทธิ์แล้ว แท้จริงลบออกง่ายมาก และอาจส่งผลให้เกิดการสวมสิทธิ์เลือกตั้งได้ แต่รัฐบาลปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ชัยชนะของพรรคอัมโนถือเป็นครั้งที่ 15 หลังผูกขาดอำนาจมายาวนานถึง 56 ปี นับตั้งแต่ประกาศเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 2500.

อ้างอิงจาก : http://www.thairath.co.th/content/oversea/343069

การเลือกตั้งของประเทศมาเลเซีย

ผู้นำมาเลเซียปฏิเสธเช่าเครื่องบินขนคนไปลงคะแนนเลือกตั้ง




สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเเลซีย ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเตรียมเหมาเครื่องบินขนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง นับหมื่น ไปลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ ในวันพรุ่งนี้ โดยพรรคสหมาเลย์แห่งชาติ หรือพรรคอัมโนของเขา กล่าวว่า เที่ยวบินถูกเหมาโดยกลุ่มผู้สนับสนุน ไม่ใช่สำนักนายกรัฐมนตรีของนายอันวร์ พวกเขาพยายามที่จะช่วยเหลือประชาชนให้กลับบ้านได้สะดวกเพื่อไปลงคะแนนเลือก ตั้ง
ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้าน กล่าวว่า มีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างกว้างขวางในการเลือกตั้งที่สูสีที่สุด ตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2510 ส่วนนักวิจัยคนหนึ่งพบพิรุธ มีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งอายุเกิน 100 ปีจำนวนมาก ในรัฐซาบาห์ ทางตะวันออกของประเทศ ขณะที่ กรรมาธิการจัดการเลือกตั้ง กล่าวว่า ได้ทำทุกอย่างแล้วเท่าที่สามารถทำได้เพื่อรับประกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะขาวสะอาดที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซีย
แต่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้วยทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างมีคะแนนนิยมสูสีกันในผลการสำรวจความคิดเห็น ข้อกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้ง อาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือในหมู่ประชาชน ซึ่งอาจกระทบต่อผลเลือกตั้งได้
 อ้างอิงจาก : http://www.uasean.com/aroundasean/449#